(ภาพจากหนังสือ "ธรรม..ย้ำเตือน")

พระอาจารย์เพียร วิริโย
วัดป่าหนองกอง
ต.บ้านค้อ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
บันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

...

มันก็มีมาตั้งนานแล้วนะ ตั้งแต่ก่อนพระพุทธเจ้าเกิด
แต่ไม่มีใครทำ..พระพุทธเจ้าท่านมาทำมาเห็น ท่านจึงพาทำ

ทำก็ทำของเก่า "กายกับใจ" เห็นก็เห็นกายกับใจ
ถ้าเห็นใจ ใจก็หมดเท่านั้นล่ะ ใจก็สงบ  ถ้าใจสงบ..ก็สุขเท่านั้นล่ะ

ความคาดความหมายว่า "รูป รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์"
มันเป็น "สมุทัย" นะ ถ้าค้นเข้าไปหาเหตุมันจึงเป็น "มรรค"
มรรคมันเป็น "อนัตตา" นะ  ไม่มีตัวตน  ถ้าไม่มีตัวตน มันก็สุขเท่านั้นล่ะ  
จึงให้พากันดู "อสุภะ" ให้มันมาก ให้มันชัด  ความกำหนัดยินดีมันจึงค่อยหมด  

ถ้าไปสำคัญมั่นหมายว่าเพศหญิงเพศชาย..มันก็ทุกข์
เพศหญิงเพศชายมันเป็นของโลก มันเป็นของสมมติเฉยๆ
ถ้าเราดูอสุภะให้มันเห็นเป็นกองกระดูก มันก็ไม่มีตัวตน

ความอยากได้ความกำหนัดยินดีก็หมดนั่นล่ะ
จึงให้พากันดูใจตัวเองว่ามันจะเอาอะไร มันยังยินดีอะไร
ถ้าเห็นใจแล้วมันก็มีความสุขเท่านั้นล่ะ  

เพราะสุขมันอยู่กับใจ ไม่ได้อยู่ที่อื่น
ถ้าเราพิจารณาดูตัวเรา  อย่าไปทำที่อื่น


...

คัดลอกจากหนังสือเรื่อง "ธรรม..ย้ำเตือน"
ประวัติปฏิปทา รูปภาพและบันทึกธรรมของ "พระอาจารย์เพียร วิริโย"
หน้า ๑๐๗.

Comment

Comment:

Tweet