พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

...

เช่นมันอยากทำมาหาเลี้ยงชีพแต่โดยทางสุจริตอย่างนี้นะ  
ทางทุจริตไม่เอาแล้ว  ทำอย่างนั้น อย่างนั้นเป็นทางสุจริต
ทำอย่างนั้นเป็นทางทุจริต  ก็ดำเนินไปในทางสุจริตนั้นนี้แหละ
แม้เป็นพระภิกษุสามเณรก็เหมือนกันนะ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้อย่างไร “มิจฉาชีพ – สัมมาชีพ”


       “ มิจฉาชีพ” นั้นหลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต
เช่น ตนไม่มีคุณวิเศษก็ไปอวดเขาว่า ตนมีคุณวิเศษ
ตนไม่ได้ฌานก็ว่าตนเป็นผู้บรรลุฌาน อย่างนี้แหละ  
ตนไม่รู้อดีตอนาคตก็ไปอวดว่าตนรู้อดีตอนาคต เดาเอา อย่างนี้
เหมือนอย่างที่นิทานท่านเล่าไว้ “อรหันต์ในตุ่ม” นั้นน่ะ

       เพื่อนก็เอาตุ่มใหญ่ไปไว้ในห้อง  นู่น..บาดนิ
เมื่อรู้ข่าวว่าญาติโยมจะมาหานี่ ทีแรกก็ให้เขาเห็นซะก่อน
เขามองมาแต่ไกลก็เห็นว่านั่งอยู่นั่น พอเขามาใกล้แล้วไม่เห็นเลย
หายังไงก็ไม่เห็น เรียกหาก็ไม่ตอบ  เอ๊ะ..เมื่อตะกี้นี้ท่านนั่งอยู่นี้นะ
ไปไหนเสียไววาเหลือเกินว่างั้น  ที่แท้แล้วย่องเข้าไปอยู่ในไห
ขดตัวอยู่ในไหนั้น อย่างนี้แหละพอญาติโยมเขาตามหาไปตามหามา
ทางโน้นทางนี้ ก็ย่องออกจากไหแล้วก็มานั่งอยู่อาสนะตามเดิม
เขาวกกลับมา มาเห็นเข้า  เอ๊ะ พระคุณเจ้าหายไปไหนเมื่อตะกี้
พวกผมมาล่ะก็ไม่เห็นเลย โอ๋ย..ธรรมดาเรื่องพรรค์นี้..
โยมๆต้องรู้เอาเองแหละมันเป็นอย่างไรล่ะ  พระผู้ปฏิบัติในพุทธศาสนานี้
มันก็ย่อมสามารถทำคุณงามความดีนี้ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไปได้  
อะไรก็ว่าไปเพื่อให้เขาได้รู้ว่าตนมีฤทธิ์ ตนหายตัวได้ อย่างนี้แหละ

          อย่างหนึ่งก็เรียกว่า “อรหันต์รากไทร” ไปอยู่หลังเขา
ต้นไทรมันก็ขึ้น เกิดขึ้นที่ก้อนหินข้างเขานั้นแล้วมันก็หย่อนรากมัน
ลงไปถึงพื้นชั้นล่างนู้น   บาดนิเมื่อญาติโยมมาหา
สนทนาปราศัยกันแล้วเขาก็นิมนต์ไปแสดงธรรมที่โน่นที่นี่  
เอ้อ เอ้าโยมไปก่อนนะ อาตมาจะไปทีหลัง  โยมเขาก็ไปก่อน
พอเห็นโยมเขาคล้อยหลังไป ทางนี้ก็ก่องแก่งไปตามรากไทรนั่น..
โหนรากไทรลงไป  ทางที่ลงโดยแท้จริงแล้วมันทางโค้งน่ะ  
บาดนิโหนรากไทรลงไป แล้วก็ลงไปยืนคอยญาติโยมอยู่ทางตีนเขานู่น
พอญาติโยมลงเขาไปแล้วไปเห็น..โอ้..พระผู้เป็นเจ้ามายังไงนี่
ทำไมจึงมาถึงก่อนพวกผมวา  เอ้า..ธรรมดาพระก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละก็ว่า  

คราวนี้พวกญาติโยมเขาก็ไม่ค่อยจะเชื่อน้ำมนต์เท่าใดนัก
ว่าพระคุณเจ้าองค์นี้มีฤทธิ์จริงหรือไม่นอ..วันหลังมาเขาก็ทำท่ามาหาอีก  
มาแล้วบัดนี้ไอ้คนหนึ่งมันก็ไปดักอยู่ ใกล้ๆกับต้นไทรนั้น  
พวกหนึ่งก็มานั่งคุย คุยแล้วก็นิมนต์ให้ไปแสดงธรรมที่นู้นที่นี้  
อ่ะ ..โยมไปก่อนเถ๊อะ..อาตมาไปทีหลังหรอก พอโยมคล้อยหลังไป
ก็...โหนรากไทรนั้นลงไป คนที่เขาแอบดูเขาก็เห็นบาดนิ  
พอเขาเห็นอย่างนั้นภายหลังมาเขาก็ไปเอามีดไปหั่นรากไทร
รากที่เพื่อนโหนลงนั่น ให้มันยังเหลือน้อยเดียว
วันหลังมาเขาก็มานิมนต์อีก  มานิมนต์ก็บอกว่า ไปก่อนเถิดโยม
เขาก็ไป พอคล้อยหลังเข้านี่เพื่อนก็ลงไปโหนรากไทรรากเก่านั้นแหละ  
ทานน้ำหนักไม่ไหวรากไทรขาดบาดนิ มันก็ตกลงไปกองอยู่ตีนเขาโน่น
นี่..ท่านเรียกว่า อรหันต์รากไทร มันเป็นอย่างนั้น

         เพราะฉะนั้นการทำมาหาเลี้ยงชีพโดยทางที่ผิดเป็นมิจฉาชีพ
พระศาสดาทรงตำหนิ  แม้เป็นพระเป็นเจ้าก็เหมือนกัน
ยังปรับอาบัติอย่างหนักไว้เสียด้วย  เป็นอย่างนั้น
แม้ชาวบ้านก็เหมือนกัน ทำมาหาเลี้ยงชีพโดยทางทุจริต
ฉ้อๆโกงๆ ซึ่งกันและกันเพื่อจะให้ได้ร่ำรวยโดยรวดเร็วหมู่นี้  
ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเดือดร้อน มันก็เป็นบาปเป็นโทษ

คนเห็นแก่ตัวก็ย่อมจะเป็นอย่างนั้นแหละ  
คนอื่นนั้นจะเป็นทุกข์เดือดร้อนยังไงก็ช่างมัน
ว่าแต่ตนเองนั้นได้รับความสุขสบายแล้วเป็นพอ  
แต่แล้วตนก็ยังอาศัยหมู่อยู่ เมื่อตนอาศัยหมู่คณะอยู่
เอ้า ก็ไปทำลายหมู่คณะให้เดือดร้อน ไอ้อย่างนี้พระศาสดาทรงตำหนิ

ว่าเป็นผู้บำเพ็ญตนเป็นเสนียดจัญไรต่อหมู่ต่อคณะ
ไม่เป็นหนทางพ้นทุกข์ไปได้เลย

ดังนั้นทุกคนให้พึงพากันตั้งอกตั้งใจ บำเพ็ญข้อวัตรปฏิบัติ
ให้ตรงไปตามคำสอนพระพุทธเจ้า เรายอมสละชีวิตเพื่อคำสั่งสอนนี้แหละดี  
ดีกว่าจะไปสละชีวิตเพื่อกิเลสตัณหา  บุคคลใดไปยอมสละชีวิตเพื่อกิเลสตัณหาแล้ว
เป็นเหตุให้ได้ทำบาปทำกรรมถึงแม้ว่าจะได้รับความสุขก็สุขชั่วคราวในโลกนี้น่ะ

เมื่อละโลกนี้แล้วก็มีทุคติเป็นที่ไป  ไปเสวยทุกข์ทนทรมานอยู่นานแสนนาน
อันนี้นับว่าเป็นการทำลายชีวิตของตัวเองโดยตรงเลยทีเดียว การทำชั่วนี้น่ะ


...

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
"สอนให้รู้จักทำใจให้เป็นกลาง"

Comment

Comment:

Tweet